เรื่องของเรื่องคือขี่มอเตอร์ไซค์ไปใช้บริการในห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเวิร์ด

จอดปุ๊ป เสียค่าจอดปั๊บ 10 บาท แต่ถ้าขับรถยนต์มาจอด แล้วใช้บริการในห้าง ค่าจอดฟรีสามชั่วโมง

ถ้าหากจอดเกินสามชั่วโมง หากเราซื้อของ ทานอาหาร ดูหนัง สามารถนำใบเสร็จไปเพิ่มเวลาจอดได้อีก

 

คำถามคือ ทำไมครับ? แล้วขี่มอร์ไซค์มาจอดเนี่ย ทำไมต้องเสียค่าจอดด้วย

ต่อให้กินข้าวจ่ายค่าอาหารเป็นพัน ซื้อของในพาว์เวอร์บายเป็นหมื่นแต่ถ้าขี่มอร์ไซค์ก็ต้องเสียค่าจอด

 

ไม่รู้ห้างอื่นเสียค่าจอดอย่างไร แต่ผมใ้ช้บริการที่เซนทรัลเวิร์ดเสียค่าจอดมอเตอร์ไซค์ก่อน 10 บาท

สยามเซ็นเตอร์ (จำไม่ได้ว่ากี่ชั่วโมง) 5 บาท


edit @ 13 Jun 2011 15:58:36 by พระเจ้าจ๊อด ยอดใบชา

 
เรื่องจริงผ่านจ๊อดครั้งนี้ ขอเชิญชมภาพบางส่วนของไอ้พวกแก๊งค์มอไซค์ซิ่งป่วนเมือง
ซึ่งปิดถนนบริเวณหน้าซอยเพชรบุรี 5 ยาวไปแยกราชเทวี เพื่อทำการซิ่งรถแข่งกัน
ทุกเช้ามืดของวันอาทิตย์ เวลาประมาณ ตี4 ตี5 พวกแก๊งค์ซิ่งนี้จะมารวมตัวกัน
แล้วก็กันไม่ให้รถยนต์บนท้องถนนผ่านตรงข้ามแยกไปได้ ซึ่งพวกมันจะได้ใช้เป็นสนามประลองความเร็วกัน
บ้านผมอยู่ริมถนนต้องมาตื่นมาฟังเสียงบิดมอไซค์ของพวกมันทุกอาทิตย์
เคยแจ้งสน.พญาไท (สน.ท้องที่) ไปหลายทีก็ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้ตำรวจนอนอยู่รึเปล่า
ถึงไม่เคยรับรู้ว่ามีพวกมันมาซิ่งกันบนถนน ดีแต่ดักจับมอไซค์ที่แอบขึ้นสะพานดีกว่าจับง่ายกว่าเยอะ
(แอบกัด ตร.อีกแล้วเรา...)
เลยมานำเสนอให้พี่น้องได้ชมพฤติกรรมความเลวของพวกมันกัน
และช่วยกันเชียร์ขอให้มันได้ไปเกิดใหม่โดยเร็วเถิดครับ...Foot in mouth
 


edit @ 15 Mar 2011 15:16:03 by พระเจ้าจ๊อด ยอดใบชา

เมื่อบ่ายนี้ผมเจอคำพูดที่ทำให้รู้สึก อึ้ง จนทึ่ง กับแม่ค้าส่งที่เป็นลูกค้าที่ร้านผม
 
เรื่องของเรื่องคือ แม่ค้าส่งคนนี้เป็นเจ๊อายุราวห้าสิบกว่าแล้ว
เจ๊แกก็ถือว่าเป็นลูกค้าประจำที่ร้านเสื้อของผม แต่จะซื้อไม่เยอะมากนัก
เรื่องซื้อเยอะซื้อน้อยก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนี้
คือวันนี้เจ๊แกซื้อของเสร็จก็ถามหาของขวัญปีใหม่ที่ร้านผม
ปกติแล้วร้านผมก็มีของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าประจำ ทุก ๆ ปีอยู่แล้ว
ปีนี้สั่งทำไม้แขวนเสื้อที่ทำจากไม้หุ้มด้วยฟองน้ำเย็บหุ้มด้วยผ้าจำนวนสองอัน
เมื่อผมหยิบของขวัญชิ้นนี้ให้ไปกะจะอวยพรปีใหม่ให้แต่ก็ต้องชะงักลง
เพราะเจอคำพูดที่ทำเราอึ้ง เจ๊แกถามว่า "ให้ไม้แขวนเหรอ ไม่มีอย่างอื่นเหรอ ไม้แขวนมีเยอะแล้ว?"
เออ...ฟังแล้วผมอึ้งไปสามวิ อึ้งจริง ๆ คือทำไมเจ๊แกถึงพูดเงี่ยงนี้ได้Foot in mouth
ของขวัญมันเป็นสินน้ำใจมอบให้เล็ก ๆ น้อย ๆ คนรับโดยปกติก็ควรรับไปแล้วกล่าวขอบคุณมิใช่เหรอ?
แม่ค้าคนอื่น ๆ ผมมอบของขวัญให้เขาแล้วก็กล่าวอวยพร แม่ค้าก็กล่าวอวยพรกลับมา
ชื่นใจสุขใจดีใจกันทั้งสองฝ่าย แต่กับเจ๊แกผมพูดไรไม่ออก
เลยบอกไปว่า "ก็มีแค่นี่แหละครับ" กะจะอวยพรให้แต่ไม่ดีกว่า เปลืองน้ำลายเปล่า ๆ
นึกถึงคำพูดของพี่จิก ประภาส ในหนังสือชุดตัวหนังสือคุยกัน
พี่จิกบอกว่า คำพูดลักษณะนี้เหมือน วาจาอาจม เรียกให้หยาบ ๆ ก็คือ คำพูดขี้ ๆ
คนฟังฟังแล้วรู้สึกเหม็นเหลือเกิน ที่หลังจะพูดอะไรออกไป กลั่นกรองนิดนึงเถอะครับ...Undecided